fbpx

Author Archives: thanapat.passed

4 เทคนิคทำอย่างไรให้ลูกอยู่นิ่ง

4 เทคนิคทำอย่างไรให้ลูกอยู่นิ่ง

การห้ามเด็กเล็กไม่ให้ซุกซนคงทำไม่ได้ (และไม่ควรทำอย่างยิ่ง) เพราะธรรมชาติของเด็กมักจะอยากรู้ อยากเห็น อยากลองทำ (ในสิ่งที่ผู้ใหญ่ห้าม ) สนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว เด็กบางคนซนจนได้เรื่อง อยู่ในห้องเรียนก็ก่อกวนเพื่อน ส่งเสียงดัง บางคนเล่นแรงกับเพื่อน กลายเป็นเด็กมีปัญหาการเข้าสังคม ไม่มีเพื่อนอยากเล่นด้วย  ถ้าอยากให้ลูกอยู่นิ่ง เชื่อฟังคำสั่ง คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามวิธีเหล่านี้ได้ 

1. กำหนดเวลาเล่นให้ชัดเจน ว่าเวลาไหนเล่นได้ เวลาไหนต้องสำรวม เช่น อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ หรืออยู่นอกบ้าน ถ้าลูกทำได้ตามข้อตกลง พ่อแม่ควรพูดชมเชยให้กำลังใจ  “วันนี้ลูกทำตัวน่ารัก แม่ภูมิใจในตัวหนูมากนะจ๊ะ”  โอบกอด  ปรบมือ ชูนิ้วโป้ง (ลูกเยี่ยมมาก) เด็กจะรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องดีแล้ว

2. ตั้งกติกาถ้าทำผิดจะเกิดอะไรขึ้น ตักเตือนก่อนในครั้งแรก หากลูกยังทำผิดซ้ำอาจลงโทษด้วยการงดกิจกรรมที่ลูกชอบ เช่น ดูการ์ตูน  เล่นของเล่น

3. ฝึกสมาธิผ่านการเล่น เช่น ต่อบล็อกไม้ ปริศนาอักษรไขว้ เล่นเกมจับผิดภาพ เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ฝึกสมาธิให้จดจ่อ หรือหากิจกรรมกลางแจ้งที่ได้ออกแรง เช่น วิ่ง ปั่นจักรยานกระโดดเชือก เป็นต้น

4. พูดคุยด้วยเหตุผลกับลูกอย่างใจเย็น ไม่ใช้อารมณ์หรือลงโทษรุนแรง เมื่อลูกซนหรือไม่อยู่นิ่ง พยายามชี้ชวนอธิบายอย่างง่ายๆ  ถึงผลเสียที่ลูกเล่นซนว่าจะเกิดอะไรบ้าง ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ความซุกซนเป็นธรรมชาติของเด็กที่อยากเรียนรู้  คุณพ่อคุณแม่อาจยืดหยุ่นบ้างตามสมควร แต่ก็ไม่ควรห้ามทุกเรื่อง เพราะอาจทำให้เด็กสูญเสียความกระตือรือร้นขาดจินตนาการ ขาดความมั่นใจได้

—————————————————————–

ปิงปิงไม่ซนอีกแล้ว

อ่านบทความดีๆ ที่ช่วยในการเลี้ยงลูก ได้ทางเว็บไซต์ www.passeducation.com

(ขอบคุณภาพประกอบจาก freepik.com)

4 เทคนิคสอนธรรมะให้เด็ก

4 เทคนิคสอนธรรมะให้เด็ก

“ธรรมะ” อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเด็กๆ แค่พูดถึงการเข้าวัด ทำบุญ สวดมนต์ ก็ฟังดูน่าเบื่อแล้ว เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้อยากเข้าวัดเพราะอยากสงบจิตใจหรืออยากได้ความรู้เหมือนผู้ใหญ่ การจะปลูกฝังให้เด็กใกล้ชิดกับธรรมะ พ่อแม่ควรหาเทคนิคดีๆ มาใช้กันค่ะ

1. สอนด้วยการกระทำของพ่อแม่ เช่น พาลูกสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน พาตักบาตรเมื่อมีโอกาส ชวนฟังซีดีธรรมะ เพลงธรรมะระหว่างนั่งรถ เมื่อเด็กได้ยินได้ฟังทุกวันจะซึมซับไปเอง และไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด

2. ใช้หนังสือเป็นตัวช่วย โดยสร้างบรรยากาศที่บ้านให้มีหนังสือธรรมะ การ์ตูนธรรมะเพราะเด็กๆ ชอบการ์ตูน ไม่ต้องสนใจเรื่องหลักการหรือศัพท์เฉพาะที่ยากเกินไป พ่อแม่เล่านิทานชาดกด้วยภาษาง่ายๆ ก่อนนอน เช่น ทศชาติชาดก

3. สอนศีลห้า  ผ่านกิจวัตรประจำวัน เช่น สอนลูกไม่ให้รังแกสัตว์  ไม่หยิบฉวยของคนอื่น  ไม่พูดโกหก  รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีสติ รู้จักแบ่งปัน มีเมตตาต่อผู้อื่น โดยยกตัวอย่างสถานการณ์จริง หรือข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้เด็กเชื่อมโยงหลักธรรมได้ โดยมีพ่อแม่เป็นต้นแบบที่ดี

4. ไม่บังคับให้ลูกสนใจธรรมะ การสอนธรรมะให้เด็กเล็กไม่ได้หมายถึงการให้นั่งสมาธิ เพราะเด็กยังไม่เข้าใจ เดี๋ยวจะกลายเป็นการบังคับและเด็กเกิดการต่อต้าน

ธรรมะคือสิ่งที่ปลูกฝังได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก พ่อแม่ที่คิดดี ย่อมถ่ายทอดสิ่งดีๆ ให้ลูก เมื่อลูกทำตัวดี พ่อแม่ควรชื่นชมเพื่อให้เขาเกิดความภูมิใจ เมื่อเด็กๆ มีธรรมะเป็นเกราะป้องกัน เขาจะรู้จักการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ฟุ้งเฟ้อ และรับมือกับสิ่งยั่วยุได้ในอนาคต

4 เทคนิดเตรียมลูกให้พร้อมเมื่อรถติดสงกรานต์

4 เทคนิดเตรียมลูกให้พร้อมเมื่อรถติดสงกรานต์

     วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ หลายครอบครัวเลือกเดินทางพักผ่อนท่องเที่ยว หรือพาเด็ก ๆ กลับไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่ต่างจังหวัด ผู้คนส่วนใหญ่ออกเดินทาง การจราจรจึงติดขัดเช่นกัน พ่อแม่จึงควรเตรียมความพร้อมให้ลูก ๆ ดังนี้

1. Car Seat ไม่มีไม่ได้ :

นอกจากจะช่วยลดความรุนแรง หากเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยบังคับศีรษะให้หันไปทางด้านหน้ารถ ลดความเสี่ยงของการเมารถ ซึ่งมักเกิดจากการศีรษะเคลื่อนไหวมากเกินไปจนเกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ขณะรถแล่น แล้วยังช่วยลดแรงกระแทกของรถทำให้ลูกนอนสบายขึ้นด้วย

2. ของกินเล็กๆ น้อยๆ มีไว้อุ่นใจ :

การจราจรที่ติดขัดอาจทำให้เด็ก ๆ หิวจนงอแง จึงควรมีของกินที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ พกง่ายและไม่เสียง่ายติดรถไว้ เช่น นม กล้วย ขนมปัง

3. ถุงปัสสาวะพกพา/กระโถน :

ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่จะมีห้องน้ำปั๊มน้ำมันให้เด็ก ๆ ได้ขับถ่าย การพกถุงปัสสาวะพกพาหรือกระโถนไว้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการกลั้นฉี่กลั้นอึ

4. ศึกษาเส้นทางก่อนไป :

หลีกเลี่ยงเส้นทางหรือเวลาที่การจราจรติดขัด ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้สามารถกะเวลาคร่าว ๆ ได้ว่าบริเวณใดมีร้านอาหารหรือห้องน้ำ และควรเตรียมลูกทานอาหารตอนไหน ขับถ่ายเมื่อไร

*เตรียมรับมือสถานการณ์รถติดในช่วงสงกรานต์ให้พร้อม เดินทางปลอดภัย ไปสนุก กลับสุขใจกันนะคะ


เก้าอี้ของป๋องแป๋ง

นิทานภาพคำกลอน เตรียมความพร้อม สร้างวินัยให้ลูกในการใช้คาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถ

3 วิธีตำหนิลูกอย่างสร้างสรรค์

3 วิธีตำหนิลูกอย่างสร้างสรรค์

อย่าลืมว่าการที่เราตำหนิก็เพื่อให้ลูกเกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง และไม่ทำผิดซ้ำอีก และวิธีตำหนิลูกอย่างสร้างสรรค์ก็ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ

1. ถ้าลูกทำผิดให้ตำหนิพฤติกรรมที่เขาทำ แต่ไม่ตำหนิที่ตัวตนของเขา เช่น ลูกลอกการบ้านเพื่อน พูดคำหยาบ แกล้งเพื่อน หรือขโมยของเพื่อน แม่ไม่ควรพูดว่า “ลูกแย่มากที่ทำตัวแบบนี้” แต่ควรพูดว่า “แม่เสียใจที่ลูกทำแบบนี้กับเพื่อน และเพื่อนก็คงเสียใจเช่นกัน” เพราะการตำหนิที่พฤติกรรม แสดงให้เห็นว่า เราไม่ชอบ ไม่ยอมรับในพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่น่ารักของเขา ไม่ได้แปลว่า เราไม่ยอมรับในตัวตนของเขาหรือไม่รักเขา

2. ถ้าลูกทำผิดให้โอกาสเขาได้อธิบายเหตุผลให้เราฟังก่อน  อย่าเพิ่งต่อว่าที่เขาโกหก (แม้เราจะรู้ว่าเขากำลังโกหกอยู่ก็ตาม) เพราะหากทำเช่นนี้เท่ากับเราไม่เปิดใจรับฟังเขา  ลูกจะคิดว่าพ่อแม่ไม่มีเหตุผล และในครั้งต่อๆ ไปก็จะไม่อยากอธิบายหรือเล่าอะไรให้เราฟังอีก  อาจส่งผลให้เด็กเกิดการต่อต้านมากขึ้นค่ะ

3. ไม่ตำหนิหรือเปรียบเทียบลูกต่อหน้าคนอื่น  เพราะเด็กจะรู้สึกเสียหน้าและอาย  เช่น เมื่อลูกสอบตก ไม่ควรพูดว่า “เรื่องแค่นี้ ทำไมลูกทำไม่ได้ ทีเพื่อนคนอื่นยังทำได้เลย” “ทำไมลูกโง่อย่างนี้” ฯลฯ คำพูดเช่นนี้จะยิ่งทำให้ลูกขาดความเชื่อมั่นและนับถือตนเอง  ขณะเดียวกันหากลูกทำดีก็ควรชื่นชมและให้กำลังใจ ลูกจะได้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า

คำพูดอ่อนโยนแสดงความห่วงใยของพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นเด็กดี เด็กน่ารักมีส่วนสำคัญต่อพฤติกรรมของเด็กๆ มากค่ะ พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นว่าวิธีแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ใช้คำพูดที่สร้างสรรค์พูดคุยกันย่อมดีกว่าการใช้อารมณ์เกรี้ยวกราด  เด็กจะเกิดการเลียนแบบและนำไปใช้กับผู้อื่น  เป็นพฤติกรรมดีๆ ที่จะติดตัวเขาไปจนโตค่ะ

————————————————————–

“ช้างน้อยไม่อยากเป็นช้าง” นิทานก่อนนอน ที่นายแพทย์ประเสริฐแนะนำให้อ่าน ปลูกฝังความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก สอนให้รู้จักพึงพอใจในสิ่งที่ตนเป็น พัฒนาทักษะ EF หนังสือสำหรับเด็ก 4-6 ปี

สร้างวินัยง่ายๆ ให้ลูกวัย 3-5 ขวบ

สร้างวินัยง่ายๆ ให้ลูกวัย 3-5 ขวบ

     หลายคนคิดว่าการสร้างวินัยให้ลูกวัยอนุบาลเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องเข้มงวดกวดขันเด็กๆ จึงจะทำตาม ความจริงเราเริ่มจากกิจวัตรประจำวันที่เขาต้องทำทุกวันนี่แหละง่ายที่สุด เด็กจะซึมซับได้ง่ายและดีกว่าไปเริ่มต้นเมื่อโตแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ เราต้องเป็นต้นแบบและทำให้ลูกเห็นก่อนเสมอ มีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

1. ฝึกตื่นเช้าและเก็บที่นอน ช่วงเริ่มต้นพ่อแม่อาจทำให้ลูกดูก่อนและชวนเขาทำตาม โดยเริ่มจากพับผ้าห่มและจัดที่นอนตัวเองให้เรียบร้อย ชี้ชวนให้ลูกเห็นว่าเมื่อเก็บแล้วก็จะดูน่ามอง เป็นระเบียบกว่าวางเกะกะไว้ และอย่าลืมให้คำชมลูกทุกครั้งเมื่อทำได้นะคะ ชวนทำทุกวันลูกจะค่อยๆ ทำได้ดีขึ้น 

2. ฝึกวินัยในการรับประทาน เมื่อรับประทานเสร็จชวนลูกเก็บถามชาม ทำความสะอาดโต๊ะอาหารนอกจากนั้นยังสามารถสอนเกี่ยวกับมารยาทในการรับประทาน ไม่คุยขณะมีอาหารในปาก เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน  

3. ฝึกวินัยในการเล่น สอนให้ลูกรู้จักเก็บของเล่นเอง โดยพ่อแม่พาลูกทำตามก่อนในครั้งแรกๆ แบ่งงานเป็นลำดับให้ลูกจดจำง่ายๆ เช่น เก็บตุ๊กตาลงกล่องก่อน แล้วเก็บรถของเล่น ทำไปเรื่อยๆ จนเสร็จ จะทำให้เด็ก รู้สึกว่าเป็นงานที่ทำได้ไม่ยาก

4. ฝึกนอนให้ตรงเวลา เด็กเล็กควรเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้า ก่อนเข้านอนเป็นช่วงเวลาดีที่พ่อแม่ควรใช้ทำกิจกรรมสานสัมพันธ์ใกล้ชิดลูก เช่น อ่านนิทานให้ฟัง โอบกอดพูดคุยกันทำให้ลูกมีความสุข จะทำให้เขารอคอยช่วงเวลานี้และอยากเข้านอนตรงเวลาทุกวัน 

การสร้างระเบียบวินัยตั้งแต่เล็กจะช่วยทำให้ลูกเรียนรู้การมีวินัยในสังคมได้ง่ายเมื่อโตขึ้น 

——————————————————–

“ปิงปิงชุด ไม่เอา” 

นิทานภาพคำกลอนชุดนี้ ฝึกลูกให้มีวินัย รู้หน้าที่ตนเอง พัฒนาทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล แก้ปัญหาลูกดื้อ ห่วงเล่น ไม่ชอบสระผม เอาแต่ใจ ฉี่รดที่นอน

“ปิงปิงชุด Can Do” 

นิทานเด็ก ปิงปิง ชุด Can Do ฝึกลูกสื่อสารด้วยคำพูดพื้นฐานง่าย ๆ “สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ ไม่เป็นไร” เป็นเด็กน่ารัก มีมารยาทดี หนังสือสำหรับเด็ก 0-6 ปี

“เก็บเอง เก่งจัง” 

หนังสือภาพพร้อมเพลง ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย ฝึกให้ลูกรู้จักเก็บของเล่นเองหลังเล่นเสร็จ ผ่านคำคล้องจองที่สามารถร้องเป็นเพลงแสนสนุกและช่วยเสริมทักษะทางภาษา หนังสือเด็ก 0-6 ปี

3 กิจกรรมทำให้ลูกนอนหลับฝันดี

3 กิจกรรมทำให้ลูกนอนหลับฝันดี

วิธีแก้ปัญหาให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาและหลับฝันดีนั้นทำได้ไม่ยากเลยค่ะ1.จัดสภาพแวดล้อมให้สะอาด สบายตา ดูน่ารัก สวยงาม เตรียมพร้อมที่จะนอน เปิดดนตรีคลอเบาๆ ให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย มีตุ๊กตาตัวโปรดวางอยู่ข้างๆ อาจให้ลูกพูดคุยและกอดตุ๊กตานอน เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนจะได้นอนง่ายขึ้น

2. อ่านนิทานด้วยกัน  ให้ลูกเป็นคนเลือกแล้วคุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟัง อย่าลืมตกลงเรื่องเวลากับลูกว่าจะฟังนิทานได้กี่เรื่อง และต้องเข้านอนตอนไหน ควรให้ลูกเข้านอนไม่เกิน 2 ทุ่ม เพราะถ้านอนดึก ลูกจะเหนื่อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลออกมาทำให้หลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อยและตื่นเช้าเกินไป จนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ

3. ชวนลูกคุยสร้างความผูกพันกับลูก ก่อนนอนชวนลูกคุยเล่นสบายๆ ถามลูกว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง ชอบหรือไม่ชอบสนุกหรือไม่อย่างไร ฯลฯ  จากนั้นลองเล่าถึงสิ่งที่พ่อแม่พบเจอให้ลูกฟังบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขณะพูดคุยควรโอบกอดสัมผัสลูกด้วยความรักไปด้วย

กิจกรรมก่อนนอนควรเป็นกิจกรรมที่สงบ หลีกเลี่ยงพูดถึงเรื่องร้ายๆ เช่น อุบัติเหตุ นินทาว่าร้ายคนอื่น ไม่ควรให้ลูกดูโทรทัศน์หรือฟังเรื่องน่ากลัว รวมถึงเรื่องกังวลใจ ลูกจะได้ไม่เก็บไปคิดและนอนฝันร้าย ถ้าจะให้ดีควรให้ดื่มนมอุ่น สักแก้ว จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายขึ้น

   นิทาน “ป๋องแป๋งไม่ยอมนอน” เป็นนิทานที่ ฝึกลูกให้รู้จักเตรียมพร้อมเข้านอนตรงเวลา ผ่านเรื่องราวน่ารักของ “ป๋องแป๋ง” ตัวละครสุดฮิตที่เด็กๆ ชื่นชอบ เช่นเข้าห้องน้ำก่อนนอน ฟังนิทานก่อนนอน พร้อมวิธีฝึกลูกให้เข้านอนง่ายๆ ไม่งอแงในท้ายเล่ม เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเรียนรู้ของเด็กเล็ก

   ป๋องแป๋ง ไม่ยอมนอน เดี๋ยวปวดฉี่ อยากกอดตุ๊กตาหมี ไม่ยอมให้ปิดไฟ จนในที่สุดเอานิทานมาให้พ่ออ่านให้ฟัง ป๋องแป๋งฟังนิทานที่พ่ออ่าน ก็ค่อย ๆ เคลิ้มจนหลับไป

————————————————


อ่านบทความดีๆ ที่ช่วยในการเลี้ยงลูก ได้ทางเว็บไซต์ www.passeducation.com