New
Best Seller

ป๋องแป๋งหน้ายู่

นิทานภาพคำกลอนสอนให้เด็กรู้จักจัดการกับความหงุดหงิด ผิดหวัง (ฝึกลูกจัดการอารมณ์ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ความโกรธ ความกลัว ผ่านนิทานภาพคำกลอนป๋องแป๋งตัวละครสุดฮิตที่เด็กชื่นชอบ ช่วยพัฒนาทักษะสมอง และ EQ

รายละเอียดสินค้า

ขนาดรูปเล่ม8 x 8 นิ้ว  จำนวนหน้า24 หน้า (ไม่รวมปก)  ฝึกลูกจัดการอารมณ์หงุดหงิด ผิดหวัง และแสดงออกอย่างเหมาะสม ผ่านนิทานภาพคำกลอนป๋องแป๋งตัวละครสุดฮิตที่เด็กชื่นชอบ พร้อมแนะนำวิธีในการสอนลูกรับมืออารมณ์โกรธ ช่วยพัฒนาทักษะสมอง EF ด้านควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) และจดจำนำไปใช้ (Working Memory) 

--

 

ป๋องแป๋งหน้ายู่

เด็กจะเติบโตขึ้นมามีบุคลิกภาพ นิสัยอย่างไรนั้น ล้วนมาจากครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมให้เด็กแต่ละคนมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกได้แสดงออกทางอารมณ์บ้าง และควรอยู่เคียงข้างลูก คอยปลอบโยน ชี้แนะให้ลูกผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ ๆ ไปด้วยกัน เพื่อให้ลูกมีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าในสังคม

ป๋องแป๋งหน้ายู่ นิทานภาพคำกลอน พัฒนาทักษะสมอง EF ด้านจดจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) เด็กได้จดจำและเรียนรู้เรื่องการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม ด้านควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) เด็กจะรู้จักควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ให้ผู้ใหญ่ได้รับทราบ เพื่อให้ช่วยกันหาทางออกจากปัญหาที่สร้างให้อารมณ์ขุ่นมัว




หลากหลายอารมณ์ความรู้สึก

“ ไม่เป็นไรนะ ถ้า. . .” ที่เราแสดงสีหน้าท่าทางเมื่อเรามีความรู้สึกดีใจ เสียใจ ตกใจ ไม่แน่ใจ โกรธ อาย โมโห หิว ตื่นเต้น เบื่อ ไม่สบาย กลัว รัก เหนื่อย ง่วง เศร้า เหงา สนุก ขำ เซ็ง เพราะเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย ทั้งเด็กผู้ใหญ่จะมีอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายไม่ต่างกัน แต่เราควรพูดให้ชัดเจนว่าเราทำอย่างนี้ รู้สึกอย่างนี้เพราะอะไร เช่น 

ไม่เป็นไรนะ ถ้า. . .แชมพูเข้าตา แล้วเราทำหน้ายู่ 

แต่อย่าลืมบอกพ่อด้วยว่า “แชมพูเข้าตา พ่อรดน้ำช้า ๆ นะ หนูหายใจไม่ทันแล้ว”

ถูกบ่นถูกตี แล้วเราทำหน้าย่น แต่อย่าลืมบอกแม่ด้วยว่า

“อย่าตีหนูเลย หนูเจ็บ อย่าบ่นอีก หนูจำได้แล้วจะไม่ทำผิดอย่างนั้นอีก”


ถูกเก็บของเล่นในทันใดอย่างไม่รู้ตัว แล้วเราฮึดฮัดขัดใจ

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “ก่อนเก็บ ช่วยบอกหนูด้วยให้เวลาหนูเตรียมตัวสักหน่อย”

 

กลัวเจ็บแล้วเราร้องไห้

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “ตัดเล็บเบา ๆ อย่าให้เข้าเนื้อ เพราะหนูกลัวเจ็บ กลัวเลือดไหล”

 
ถูกบังคับให้ทำนู่นทำนี่ แล้วเราไม่พอใจ

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “อย่าบังคับทุกอย่าง เหลือที่ว่างไว้ให้หนูทำในสิ่งที่หนูชอบบ้าง”            

 
เราถามแต่ไม่ได้คำตอบ แล้วเราถามซ้ำอีก

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “ช่วยตอบด้วย หนูถามเพราะสงสัย  อยากรู้  เป็นเรื่องสำคัญสำหรับหนู”

 
ถูกคนหัวเราะใส่ แล้วเรารู้สึกกดดันจนอยากจะประชด

แต่อย่าลืมบอกคนเหล่านั้นด้วยว่า “ไม่เห็นน่าขำเลย หัวเราะกันอย่างนี้ทำให้หนูรู้สึกแย่”

 
คนไม่ทำตามสัญญา แล้วเราเสียใจ

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “สัญญาแล้วโปรดทำตาม สัญญาต้องเป็นสัญญา”

 
ผู้ใหญ่ลำเอียง แล้วเราเศร้า          

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “น่าจะแบ่งให้เท่ากัน ให้อีกคนมากกว่าหนูน้อยใจและเศร้า”

ถูกแซงแถว แล้วเราหงุดหงิด

แต่อย่าลืมบอกด้วยว่า “ช่วยไปต่อแถวเหมือนทุก ๆ คน อย่าแซงแถว”

พี่มาคีบลูกชิ้นในชามของเรา แล้วเราเสียดายจนโมโห

แต่อย่าลืมบอกพี่ด้วยว่า “อย่าทำอย่างนี้ นี่ลูกชิ้นของหนู หนูชอบกิน หนูเก็บไว้กินเป็นอย่างสุดท้าย

เพราะชอบมาก”

 ถูกเข้าใจผิดว่าเราเถียง แล้วเรารู้สึกเหนื่อยใจ

แต่อย่าลืมบอกผู้ใหญ่ด้วยว่า “หนูไม่ได้เถียง แต่กำลังพูดให้เข้าใจ โปรดช่วยฟังสักนิด”

 คำพูดจะเป็นสะพานช่วยให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น อย่าเก็บความคับข้องใจเอาไว้คนเดียว  ลองใช้คำพูดเข้าไปช่วยด้วย จะได้หน้ายู่หน้าย่นน้อยลงและมีรอยยิ้มมีสีหน้าแห่งความสุขมากขึ้น


เริ่มต้นตั้งแต่ในท้องและที่บ้าน
เด็กทุกคนก่อนลืมตาดูโลก ล้วนมีลักษณะและพื้นอารมณ์ (temperament) เฉพาะตัวกันมาตั้งแต่เมื่อปฏิสนธิอยู่ในท้องแม่ เด็กบางคนเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ใจเย็น เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย บางคนเลี้ยงยาก ป่วยง่าย เจ็บง่าย หงุดหงิด ใจร้อน ซึ่งพื้นอารมณ์เป็นผลมาจากหลายอย่าง ส่วนใหญ่คือ พันธุกรรม สภาวะขณะที่อยู่ในครรภ์ เมื่อคลอดออกมาแล้วการอบรมเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมของเด็กเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะก่อรูปปลูกนิสัยและมีผลต่อชีวิตของเด็กคนนั้น

 นอกจากพื้นอารมณ์ที่ติดตัวมาแล้ว ยังมีธรรมชาติตามแต่ละช่วงวัยอีก เช่น เด็กในขวบปีแรกจะติดแม่, 2 ขวบ เริ่มผจญภัย บางทีก็งอแง,  3 ขวบ อยากได้รับคำชมจากผู้ใหญ่, 4 ขวบ ชอบท้าทาย อยากให้มีคนสนใจ, 5 ขวบ เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รู้จักชื่นชมผลงานของตัวเองและผู้อื่น นอกจากนี้ยังมีพัฒนาการด้านอารมณ์ด้วย เด็กทุกคน

มีความรู้สึกนึกคิด คือ อารมณ์ด้านบวก (รัก ชอบ ดีใจ สนุก ภูมิใจ พอใจ) อารมณ์ด้านลบ (โกรธ กังวล กลัว อิจฉา เศร้า เสียใจ) และรู้สึกกลาง ๆ (เฉย ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ) เราควรสอนให้ลูกรู้จักชื่อเรียกของอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ

ให้สื่อได้ถูกต้อง ถ้าลูกใช้คำพูดสื่อสารได้ ก็ไม่เก็บกดอารมณ์นั้นไว้ภายใน  

เราควรทำให้ลูกรู้สึกได้ว่าพ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยความรัก ความเอาใจใส่และเปิดใจเพื่อที่จะได้เข้าใจลูก พร้อมยืนเคียงข้างลูกเสมอเมื่อลูกรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจ และในยามที่ลูกต้องเผชิญกับปัญหา เราควรเปิดพื้นที่ให้ลูกได้สื่อด้วยภาษากายเพื่อสื่อให้เราทราบ เช่น เมื่อลูกทำหน้ายู่หน้าย่น หรือแสดงท่าทีฮึดฮัด เราจะได้เข้าใจภาวะอารมณ์ของลูกเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น

   ไม่ควรห้ามลูกว่า “หยุดนะ อย่าร้องไห้ เงียบเลยนะ” แต่ควรบอกว่าให้ทำสิ่งใดแทน เช่น “พูดนะลูก อย่าร้อง” “เดินนะลูก อย่าวิ่ง” ฯลฯ พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก ทั้งด้านทัศนคติ ความคิด การกระทำ บุคลิกภาพ ท่าทาง ควรชื่นชมทันทีเมื่อลูกทำถูกทำดี เพื่อให้ลูกรู้และมีความภูมิใจมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ลูกมีอารมณ์มั่นคง มีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดี

สินค้าเกี่ยวข้อง
New
Best Seller

หนังสือภาพบอร์ดบุ๊ค เล่นสนุกเป็นหน้ากาก "ตัวละครในเทพนิยายน่ารัก" สำหรับลูกวัย 1 ปีขึ้นไป

฿ 165 ฿ 165
฿ 149 ฿ 149 -10%
สมาชิก ฿ 140 ฿ 140 -15%
New
Best Seller

หนังสือภาพบอร์ดบุ๊ค เล่นสนุกเป็นหน้ากาก "ตัวละครแฟนซี" ที่เด็กๆ ชื่นชอบ สำหรับลูกวัย 1 ปีขึ้นไป

฿ 165 ฿ 165
฿ 149 ฿ 149 -10%
สมาชิก ฿ 140 ฿ 140 -15%
New
Best Seller

นิทานภาพคำกลอน ฝึกให้เด็กมีวินัยในการกินและการขับถ่าย

฿ 85 ฿ 85
฿ 77 ฿ 77 -9%
สมาชิก ฿ 72 ฿ 72 -15%
New
Best Seller

หนังสือภาพบอร์ดบุ๊ค เล่นสนุกเป็นหน้ากาก "สัตว์น่ารัก" ที่เด็กๆ คุ้นเคย สำหรับลูกวัย 1 ปีขึ้นไป

฿ 165 ฿ 165
฿ 149 ฿ 149 -10%
สมาชิก ฿ 140 ฿ 140 -15%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com