Best Seller

ป๋องแป๋งรักแม่ครับ

หนังสือเด็ก สอนให้ลูกได้รู้จักความรักของแม่ สำหรับเด็ก 0-3 ปี

Share

 

รหัสสินค้า: B1AS02

ISBN: 9786163781154

เรื่อง: สองขา

ภาพ: มงคล หวานฉ่ำ

ขนาด: 8x8 นิ้ว
จำนวน: 24 หน้า (รวมปก)

นิทานภาพคำกลอนเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างป๋องแป๋งกับแม่ ช่วยสร้างสายสัมพันธ์ หรือ  attachment ที่เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมเชิงบวกให้ลูกในอนาคต ช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันใจและรู้จักควบคุมตัวเอง พร้อมแนวทางเลี้ยงลูกที่เหมาะสม พัฒนาอารมณ์และจิตใจ 

ป๋องแป๋งรักแม่ครับ

หากเปรียบพ่อเป็นเสาหลักของบ้าน แม่ ก็คงเป็นคานที่รองรับน้ำหนักโครงสร้างต่าง ๆ ของบ้าน งานของแม่จึงเป็นงานหนักที่ต้องดูแลทุกข์สุขทุก ๆ ชีวิตในครอบครัว ภาระของแม่นับหนึ่งตั้งแต่ตั้งท้อง ต้องกินอะไร ปฏิบัติตัวอย่างไร ทั้งร่างกายและอารมณ์ ความผูกพันระหว่างแม่กับลูกจึงยาวนานตลอดชีวิตของกันและกัน รักของแม่ไม่มีวันจาง รักของลูกก็ผูกพันไม่ยิ่งหย่อน คือความงดงามของความรักที่บริสุทธิ์ และคำที่แม่ทุกคนรอคอยจากปากลูกก็คงเป็น... ผม (หนู) รักแม่ครับ
ป๋องแป๋งรักแม่ครับ นิทานภาพคำกลอน พัฒนาทักษะสมอง EF ด้านจดจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) จากการเรียนรู้หน้าที่ของแม่ว่าเป็นอย่างไร ลูกสาวจะรู้จักบทบาทความเป็นแม่ที่ดีและทำสิ่งนั้นเมื่อเขาเติบใหญ่ ส่วนลูกชายจะเรียนรู้การเลือกแม่ที่ดีให้กับลูกของเขาได้ในอนาคต

 

แม่ลูกผูกพัน

แม่ลูกผูกพันกันตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องแม่  นมแม่  คืออาหารมื้อแรกในชีวิตลูกเมื่อคลอดออกมา และเป็นอาหารหลักในช่วงชีวิตลูกกว่า 1 ปี แม่จึงเป็นคนที่สำคัญที่สุดของลูก โดยเฉพาะใน 7 ปีแรก ช่วงเวลาในการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น มั่นคง และคงอยู่กับลูกตลอดไปแม้ในวันที่แม่ไม่อยู่แล้วก็ตาม ความรักความใส่ใจของแม่คือการวางรากฐานให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา จนถึงวันที่ลูกเติบโตเป็นวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่ และไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน สายสัมพันธ์นี้จะนำทางให้ลูกมีความมุ่งมั่นไปในทางดี มีความเข้มแข็งที่จะควบคุมตัวเอง รู้จักดึงรั้งยั้งคิดไม่เดินไปสู่ทางเสียหายได้โดยง่าย แนวทางการเลี้ยงลูกหลัก ๆ คือ

1. ให้ความรัก ความห่วงใย ใส่ใจ และให้เวลากับลูกมาก ๆ ควรเลี้ยงลูกอย่างสนุกและรู้สึกมีความสุข เพราะลูกก็จะสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ การเริ่มต้นที่ดีที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับทุกคน ให้ลูกได้กินเมื่อหิว อุ้มปลอบเมื่อร้อง ใส่ใจให้ลูกสบายตัว ดูแลเมื่อลูกเจ็บป่วย ให้กำลังใจเมื่อลูกหัดทำสิ่งใหม่ ๆ กอด หอม และบอกรักลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน ให้ลูกมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้แม่ในบ้านที่อบอุ่น แม่ควรต้องใจเย็น เลี้ยงลูกอย่างมีอารมณ์ขัน คิดเชิงบวก มองให้เห็นหลาย ๆ มุม มีสติ มีเหตุผล สม่ำเสมอ คงเส้นคงวา เป็นมิตรกับลูก ฟังเมื่อลูกพูด พูดเมื่อลูกฟัง รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข ถ้าลูกได้รับความรักที่เพียงพอ ก็จะรู้จักรักและภูมิใจในตนเอง ลูกจะกล้าคิด กล้าทำ และกล้าที่จะรักคนอื่นด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ลูกก้าวไปข้างหน้า มีพัฒนาการที่ดี มีความรู้ และมีความสุข



2. ให้ลูกได้เรียนรู้จากการเล่น ให้ลูกได้เล่นดิน เล่นทราย ปีนป่าย ว่ายน้ำ วาดรูป เล่นใบไม้ ถีบรถ วิ่ง กลิ้ง ซนได้อย่างอิสระ ได้ใช้จินตนาการ คิดวิธีเล่นในแบบของตัวเอง ถ้าไม่มีของเล่น ก็อาจนำสิ่งของรอบ ๆ ตัวมาเป็นของเล่นที่สนุกและน่าสนใจได้ เช่น กระจกเงา นาฬิกา แม่เหล็ก แผนที่ หรือไม่ก็เอาตัวเราเป็นของเล่นเล่นกับลูก ให้เวลาเล่นจนลูก  อิ่มเล่น  อย่าเร่งรัด อย่าขัดขวาง หรือบงการการเล่นของลูก เราเพียงแค่กำหนดพื้นที่และเวลาเล่นให้เหมาะสม เมื่อเล่นเสร็จแล้วก็ชวนลูกเก็บกวาดล้างและให้ลูกช่วยทำความสะอาดทุกครั้ง

3. ให้กำลังใจและคำชมเชย การเรียนรู้เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่ความอยาก เรียนรู้ใฝ่รู้นั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ที่ได้รับ เราควรให้กำลังใจและชื่นชมเมื่อลูกพยายาม หรือกล้าทำสิ่งใหม่ ๆ เช่น เมื่อลูกใส่เสื้อเองได้ แปรงฟันได้ ควรชมลูกอย่างจริงใจและชัดเจน เช่น  เก่งมากจ้ะลูกที่หัดใส่รองเท้าเอง  การชมเป็นการให้รางวัลในรูปแบบหนึ่ง เป็นแรงหนุนที่ส่งเสริมด้านบวกของลูก และช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลงได้ (และโดยมากได้ผลดีกว่าการลงโทษ)

4. หลีกเลี่ยงคำว่า  อย่า  ถ้าลูกถูกห้ามปรามไม่ให้ทำโน่นทำนี่ หรือได้ยินคำว่า  อย่าอยู่เป็นประจำ จะมีผลให้ลูกเป็นเด็กเฉื่อยเนือย ขี้อาย ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้ามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น หรือในทางตรงข้ามก็อาจจะกลายเป็นเด็กเก็บกด ดื้อรั้น ก้าวร้าว และชอบความรุนแรงก็เป็นได้ เมื่อจะสอนลูก เราควรสอนด้วยการบอกให้ทำ ไม่ใช่ห้ามว่าไม่ให้ทำ เช่น แทนที่จะห้ามลูกว่า  อย่าวิ่ง  ควรบอกให้เข้าใจว่า  เดินนะลูก

5. ชวนให้ลูกทำงานบ้านที่เหมาะกับวัยและความชอบของลูก โดยพ่อแม่ทำให้ดูก่อน แล้วทำด้วยกัน ทำให้เป็นเสมือนการเล่นที่ดูน่าสนุก ก่อนที่จะปล่อยให้ลูกทำเอง ควรเลือกงานบ้านที่เหมาะกับวัยของลูก เช่น ช่วยจับคู่ถุงเท้า กรอกน้ำใส่ขวด รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารแมว จัดโต๊ะอาหาร งานบ้านช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะ รู้จักรับผิดชอบ และภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม  ทำ  ให้ส่วนรวม

6. ถ้าเราอยากให้ลูกทำอะไร เป็นอย่างไร เราก็ควรทำอย่างนั้น เมื่อทำให้ลูกเห็นและจัด

สิ่งแวดล้อมในบ้านให้เหมาะสม ลูกก็จะซึมซับรับทัศนคติและสิ่งนั้น ๆ ไว้ เช่น

- ถ้าเราอยากให้ลูกกินผัก ผลไม้ เราก็ควรกินด้วย และมีผัก ผลไม้ให้เห็น ให้ลูกหยิบกินได้สะดวก

- ถ้าไม่อยากให้ลูกกินน้ำอัดลมหรือขนมกรุบกรอบ ก็ไม่ควรซื้อหรือมีไว้ในบ้าน

- ถ้าไม่อยากให้ลูกร้องกรี๊ด ๆ ตวาดและ พูดคำหยาบ ผู้ใหญ่ในบ้านก็ต้องไม่ทำพฤติกรรมนั้น ลูกเรียนจากสิ่งที่แม่เป็น แม่ทำ มากกว่าแค่คำที่แม่พร่ำบ่นสอนลูก (แต่แม่ไม่ได้ทำอย่างนั้น)

Powered by MakeWebEasy.com