Best Seller

ป๋องแป๋งไม่อยากกิน

หนังสือเด็ก ฝึกให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับเด็ก 0-3 ปี

Share


รหัสสินค้า: B1AS03

ISBN: 9786167447704


เรื่อง: สองขา

ภาพ: มงคล หวานฉ่ำ

ขนาด: 8x8 นิ้ว
จำนวน: 24 หน้า (รวมปก)

ฝึกลูก 3 ขวบปีแรก ให้รู้จักรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ผ่านเรื่องราวน่ารักของ "ป๋องแป๋ง" ตัวละครสุดฮิตที่เด็กๆ ชื่นชอบ พร้อมเทคนิคทำให้ลูกชอบกินผักท้ายเล่ม เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเรียนรู้ของเด็กเล็ก   
ป๋องแป๋งไม่อยากกิน

หนูไม่อยากกิน เป็นปัญหาใหญ่สำหรับพ่อแม่หลายคน เมื่อลูกไม่ยอมกินง่าย ๆ พ่อแม่จึงต้องสรรหาวิธีที่จะทำให้ลูกยอมกิน จนบางครั้งกลายเป็นการบังคับซึ่งยิ่งทำให้ลูกต่อต้าน สาเหตุหลักมาจากการให้ลูกกินขนมหวานหรือของว่างมากเกินไป จึงทำให้ไม่อยากอาหาร พ่อแม่จึงควรสร้างวินัยเรื่องการกินให้กับลูกคือ กินในเวลาที่ควรกิน กินในปริมาณที่เหมาะสม และที่สำคัญพ่อแม่ควรเป็นต้นแบบที่ดีด้วย เพราะช่วงเวลาการกินควรเป็นเวลาแห่งความสุข ที่เด็กควรกินให้อิ่ม กินให้ครบหมู่ เพื่อจะได้เจริญเติบโตสมวัย

ป๋องแป๋งไม่อยากกิน นิทานภาพคำกลอน พัฒนาทักษะสมอง EF ด้านการจดจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) เด็กได้เรียนรู้การสร้างสุขนิสัยที่ดีในการกิน แล้วสามารถนำไปใช้จริงได้ ด้านริเริ่ม ลงมือทำ (Initiating) เมื่อมีเป้าหมายที่อยากให้ร่างกายแข็งแรง เด็กก็เริ่มกินอาหารที่มีประโยชน์ ด้านวางแผน จัดระบบ และดำเนินการ (Planning & Organizing) เด็กได้เรียนรู้ว่าการที่ร่างกายแข็งแรงนั้นไม่ใช่แค่กินอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แต่ต้องมีสุขนิสัยที่ดีด้วย เริ่มตั้งแต่ล้างมือก่อนกิน นั่งกินเป็นที่ เคี้ยวให้ละเอียด และเลือกกินของหลากหลายที่มีประโยชน์ ด้านมุ่งเป้าหมาย (Goal - Directed Persistence) เด็กได้ตั้งเป้าหมายว่าอยากแข็งแรงและเก่งเหมือนพี่และทำให้สำเร็จ

ผักสีเขียว ปัญหาใหญ่ระดับชาติ

ปัญหาอันหนักหน่วงของพ่อแม่อีกอย่างหนึ่งคือลูกไม่ยอมกินผัก เห็นผักทีไรเป็นต้องหันหน้าหนีทุกที ซึ่งสาเหตุของการปฏิเสธผักใบเขียวของเด็กบางคนมีหลายประการ เช่น

1. พ่อแม่ไม่กินผักอยู่แล้ว ลูกจึงคิดไปเองว่า “ไม่เห็นมีใครกินผัก มันคงไม่อร่อยละมั้ง” ทำให้ลูกเกิดทัศนคติที่ไม่ดีและมองผักในเชิงลบ

2. โดนยัดเยียดให้กินผักมากเกินไป ทั้งที่ลูกอาจจะยังกินผักไม่เก่งนัก

3. ลูกเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับการกินผัก เช่น กินผักที่มีรสขม กลิ่นฉุน ชิ้นใหญ่ แข็งจนเกินไป ไม่อร่อย เหนียว เคี้ยวยาก ย่อยยาก กินแล้วขมลิ้น ติดฟัน ปวดท้อง ลูกจึงฝังใจและเกิดการต่อต้านทันทีที่เห็นผักสีเขียวทุกชนิด

4. มีเหตุการณ์ฝังใจว่ากินผักแล้วสำลัก ติดคอ อาเจียน เห็นหนอนอยู่ในผัก

ผักใบเขียวเคี้ยวยังไงให้ “อร่อย”

ต้นแบบที่ดี

อย่างแรกของการฝึกลูกกินผัก นั่นก็คือฝึกพ่อแม่ให้กินผักเสียก่อน ถ้าลูกเห็นเรากินผักอย่างเอร็ดอร่อย ลูกเล็กเด็กน้อยก็จะรู้สึกว่าอร่อยไปด้วยและเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมการชอบกินผักจากผู้ใหญ่ในบ้านนั่นเอง

ชวนลูกบุกครัว

จับมือลูกรักผูกผ้ากันเปื้อนเข้าครัวช่วยกันทำอาหารจานอร่อย ช่วยล้างผักบ้าง เด็ดผักบ้าง พออาหารขึ้นโต๊ะก็อย่าลืมกล่าวชมที่ลูกช่วยทำอาหาร ชมอาหารจานที่ลูกทำว่าอร่อยและดูน่ากิน ทุกคนชอบกิน ลูกก็จะภูมิใจ สนุก คุ้นเคยกับผัก และอยากกินผักมากขึ้น

แปลงผักสุขสันต์

ปลูกผักที่กินง่ายและโตเร็ว เช่น ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ตำลึง รวมทั้งผักที่ลูกชอบ ชวนลูกปลูกผัก ช่วยกันรดน้ำ พรวนดิน เก็บผัก เป็นการปลูกฝังให้ลูกชอบปลูกผัก ได้ติดตามดูผักเติบโต อยากกินผักที่ปลูกเอง แถมยังเป็นผักปลอดสารพิษอีกด้วย

ผักแปลงร่าง

ใช้สีของผักแต่ละชนิดมาแต่งเติมจานข้าวเป็นรูปภาพหรือตัวการ์ตูนให้ดูน่ากินและหลากหลายมากขึ้น เช่น แครอต ตำลึง ข้าวโพด ถั่ว แตง และใช้วิธีดัดแปลงหน้าตาของผักชนิดนั้น ๆ เช่น หั่นแครอตเป็นรูปดาว หรือถ้าลูกไม่ชอบทานข้าวโพด ก็ลองนำมาคลุกกับแป้งปั้นให้กลมแล้วนำไปทอดจนกลายเป็น “ลูกบอลสีเหลืองไส้ข้าวโพด” ที่ดูน่ารักน่ากินไปอีกแบบ

นิ่ม นิ่ม อร่อยดี

เริ่มให้ลูกทานจากผักที่กินง่ายก่อน เช่น ดอกกะหล่ำ ตำลึง ข้าวโพดอ่อน นำไปต้มให้นิ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ซอสหรือเกลือนิดหน่อย แล้วนำไปบดหรือคลุกกับข้าว อย่าลืมใส่น้ำต้มผักด้วย วิตามินจะได้ครบถ้วน เมื่อลูกกินได้แล้วจึงค่อยเสริมผักอื่น ๆ เข้าไปแทน

หนังสือเป็นสื่อที่ดี

ลองอ่านหนังสือที่ชวนให้กินสนุก เช่น เรื่องอ้ำ อ้ำ. . . หม่ำ หม่ำ, ป๋องแป๋งไม่อยากกิน หรือยกตัวอย่างการ์ตูนที่มีร่างกายแข็งแรงเพราะกินผักเข้าไป เด็กจะได้อยากกินผักเพราะอยากเก่ง อยากแข็งแรงเหมือนตัวการ์ตูนนั้น ๆ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ลูกอยากกินผักยิ่งขึ้น

ไม่เอา ไม่เอา หนูไม่อยากกิน

ความหนักใจของพ่อแม่บางบ้านคือลูกไม่ยอมกินอาหาร ทำให้พ่อแม่หลายคนกังวลว่าลูกจะผอมไป ไม่เติบโต

ไม่แข็งแรง น้ำหนักน้อย ไม่มีแรง เรียนไม่เก่ง ฯลฯ ความวิตกกังวลเหล่านี้ อาจทำให้เกิดการบังคับให้ลูกกิน

บางบ้านมีการข่มขู่และลงโทษลูกด้วย ซึ่งอาจจะมีผลตามมาคือลูกยิ่งต่อต้านการกิน ดังนั้นพ่อแม่ผู้ใหญ่ควรปรับทัศนคติใหม่และแก้ไขให้ถูกต้องกันก่อน

ตัดใจจากขวดนมในช่วง 6 เดือนแรก นมคืออาหารหลักของลูก หลังจากนั้นเมื่อลูกเริ่มมีฟันขึ้น ควรเพิ่มอาหารอื่น ๆ ที่เหมาะกับลูก โดยเริ่มจากอาหารอ่อน กินง่าย เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย เช่น ข้าวครูด ผักบดกับน้ำซุป

กล้วยสุก แล้วค่อย ๆ เพิ่มอาหารที่มีคุณค่าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ควรฝึกให้ลูกตัดใจจากขวดนมเมื่ออายุอันควร

เก็บขนมหวานเข้าตู้สักพัก

งดอาหารหวานและน้ำหวานก่อนมื้ออาหารประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะความหวานจะทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้อิ่มและไม่อยากกินอาหาร

บรรยากาศดี อาหารอร่อย

ให้ลูกได้นั่งกินร่วมวงกับครอบครัว ฝึกให้ลูกกินอาหารเองแม้จะเลอะเทอะไปบ้างก็ไม่เป็นไร สร้างบรรยากาศที่ดี ผ่อนคลาย เพลิดเพลิน ผู้ใหญ่ควรทำให้เห็นว่า กินผักดี กินจานนี้อร่อยที่สำคัญควรปิดโทรทัศน์ เพราะภาพบนหน้าจอจะดึงความสนใจจากอาหารตรงหน้าทันที    

ชามน้อย ๆ ค่อย ๆ เพิ่ม 

ลองหาชามข้าวลายการ์ตูนใบน้อย ๆ ที่ลูกชอบหรือที่ลูกเลือกเองมาใส่ข้าวแทนชามโตที่เคยมีอยู่และตักทีละน้อย กินหมดค่อยตักเพิ่ม ชามเล็ก ๆ ที่มีปริมาณอาหารพอเหมาะจะช่วยกระตุ้นให้ลูกอยากกินและเกิดความภูมิใจที่กินได้เองจนหมด

ใจแข็งเข้าไว้ 

เวลาอาหารต่อมื้อไม่สั้นหรือนานจนเกินไป และควรฝึกให้ลูกรู้ว่าเวลากินควรกิน หากยังไม่ยอมกิน กินไม่หมด บ้วน ถุย พ่น หรืออมข้าว อาหารจะถูกเก็บทันทีเมื่อหมดเวลาของมื้อนั้นและไม่ควรให้นมหรือขนมหวานทดแทน แม้ลูกจะงอแงพ่อแม่ก็ไม่ควรใจอ่อน กุญแจหลักที่ทำให้ลูกกินอาหารได้อย่างเพลิดเพลินคือ “ความหิว ความอร่อย ความสนุกสนาน” นอกจากที่กินดี กินอร่อยแล้ว ควรชวนกันไปออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นกิจวัตร เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและร่างกายให้เติบโตแข็งแรงอย่างมีคุณภาพ

Powered by MakeWebEasy.com