การอ่าน

คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าการตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องยากสำหรับลูก แต่ความจริงแล้วการตั้งเป้าหมายสามารถฝึกลูกได้ตั้งแต่เล็ก เริ่มจากเป้าหมายง่ายๆ ในกิจวัตรประจำวันของลูก เช่น ฝึกลูกเก็บที่นอนเอง (พับผ้าห่ม ดึงผ้าปูที่นอนให้ตึง) ให้เขาได้ทำเอง (ไม่ต้องเรียบร้อยมากก็ได้ แต่ให้เขารู้สึกได้ทำเต็มที่)

หลายครั้งพ่อแม่ตกหลุมพรางคำว่า ‘ลูกเก่ง’ เท่ากับ ‘ลูกคิดเป็น’ ซึ่งไม่ใช่!

ด่วน! เด็กไทยกำลังมีปัญหาอารมณ์รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลกรมสุขภาพจิตปีล่าสุด สาเหตุหลักมาจากพื้นฐานอารมณ์ของเด็กและการเลี้ยงดู

ควรอ่านนิทานให้ลูกฟังตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ ความรักที่ถ่ายทอดผ่านเส้นเสียงและสัมผัสอ่อนโยนขณะลูบท้องเบาๆ

การชมลูก ถ้าใช้ถูกจะช่วยเสริมพฤติกรรมเชิงบวก แต่ถ้าชมผิดหลัก ก็สามารถให้ผลตรงข้ามได้เลย เทคนิคชมลูกให้ได้ผลดี ง่ายๆ มีดังนี้

คุณเคยทำแบบนี้กับลูกไหม ดุด่า ขู่ ตะคอก เมื่อลูกซน บ่น ห้าม ตี ลงโทษ เมื่อลูกดื้อ

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้เป็นยุคสื่อโซเชียล ที่ไม่ว่าใครก็ต้องใช้สื่อด้านนี้ให้เป็น ไม่ว่าวัยไหน ทั้งวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย หรือแม้กระทั่งเด็กก็ตาม

นี่ไม่ใช่ยุคที่ผู้หญิงจะต้องอยู่เหย้าเฝ้ากับเรือนอีกต่อไป แต่เป็นยุคที่ผู้หญิงออกไปทำงานนอกบ้านได้เทียบเท่ากับผู้ชาย ดังนั้นหน้าที่การเลี้ยงลูกจึงไม่ใช่หน้าที่ของแม่แต่เพียงผู้เดียว แต่หน้าที่บางอย่างควรเป็นของคุณแม่มากกว่าหรือเปล่า?

ลูกร้องดิ้นพราดๆ กรี๊ด เตะ ต่อย ขว้างของ จะเอาให้ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ time out หรือเอาลูกออกจากบริเวณนั้น แล้วหามุมสงบ เป็นส่วนตัวให้ลูกนั่ง แม่นั่งด้วย แล้วบอกเขาว่า “ลูกเงียบเมื่อไหร่แม่จะกอด”

ตอบแบบเจาะจงยาก แต่ผลวิจัยทั่วโลกระบุตรงกันว่า ต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรให้ลูกดูหน้าจอนานๆ ทุกวัน จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการแน่นอน

เด็กวัย 3-4 ขวบ มีพัฒนาการทางร่างกายและสมองที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจะเห็นลูก ๆ เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในช่วงอนุบาลซึ่งเริ่มเข้าสังคมใหม่ที่โรงเรียน ได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ต่างจากที่บ้านชวนให้สงสัยอยู่ตลอดเวลา

ถ้าไม่ฝึกลูกให้นั่งกินดีๆ กว่าจะกินแต่ละคำต้องตามไปป้อน แบบนี้พ่อแม่เหนื่อยแน่นอน ยิ่งถ้าต้องไปกินข้าวนอกบ้าน แล้วลูกนั่งกินที่โต๊ะอาหารไม่เป็น วิ่งเล่นไปมา จะกลายเป็นกิจกรรมน่าเอือมระอาไปเลย วิธีแก้ปัญหาคือ เวลากินบอกลูกว่า เรา (พ่อ แม่ ลูก) จะนั่งกินกันจนเสร็จ เสร็จแล้วถ้าลูกจะเล่นค่อยไปเล่นได้ กำหนดเวลากินไว้ 30 - 40 นาที แล้วแต่บ้าน

1. ปิดจอทุกชนิด (โทรทัศน์ มือถือ) ให้ลูกมีสมาธิกับการกิน 2. นำของเล่นออกจากโต๊ะอาหาร กินคือกิน ไม่ดึงความสนใจลูกไปทางอื่น 3. ลูกไม่ชอบกินผักบุ้งวันนี้ ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้จะไม่ชอบ ให้นำเสนอ เชิญชวนบ่อยๆ (ใช้ได้กับอาหารทุกชนิด) 4. ให้ลูกกินเอง เลอะบ้างไม่เป็นไร แต่ลูกจะได้ฝึกรับผิดชอบตัวเอง 5. ลูกไม่อยากกินอาหารที่เตรียมไว้ อย่าบังคับ ลูกบอกอิ่มแล้ว ก็อย่าคะยั้นคะยอกินต่อให้หมด ลูกกำลังฝึกควบคุมตัวเอง

การเอาแต่ใจเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยในเด็กเล็ก 1-3 ขวบ ถือว่าไม่ใช่พฤติกรรมรุนแรง แรกสุดให้ใช้วิธี "เพิกเฉย" บอกลูกว่า “หนูเงียบเมื่อไหร่ให้ลุกขึ้นมาให้แม่กอดนะ” อดทนรอเขา ไม่พูดมาก เพราะลูกไม่ฟังคุณแน่

ลู ก คุ ณ เ ป็ น แ บ บ นี้ ไ ห ม ? เกเร ก้าวร้าว เอาแต่ใจ ไม่แคร์ใคร ไม่มีน้ำใจ เห็นแก่ตัว

ขอ 2 คำทำให้ลูกฉลาด... คำที่พ่อแม่ควรใช้กับลูกบ่อยๆ คือคำที่ฝึกลูกให้รู้จักตั้งคำถาม 2 คำจำเป็นที่ควรติดปากถามลูกเสมอคือคำว่า “ทำไม” กับ “ถ้า” เช่น “ทำไมหนูถึงชอบนิทานเล่มนี้จ้ะ” “ถ้าเป็นหนูจะทำแบบนั้นมั้ย” ฯลฯ เมื่อถามลูกประจำ ลูกจะเลียนแบบและเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ

เพลง หรือ ดนตรี ไม่เพียงให้ความเพลิดเพลินแก่ลูก แต่ยังช่วยพัฒนาสมองในเรื่องจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับสมองส่วนพัฒนาทักษะ EF ในเด็ก แล้วพ่อแม่จะใช้เสียงดนตรีพัฒนา EF ของลูกได้อย่างไร

รู้ยัง…เรื่อง “เล่น” ไม่ใช่แค่เรื่อง “เล่นๆ” สำหรับเด็กวัย 2-5 ขวบ เพราะการเล่นจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือ (กล้ามเนื้อมัดเล็ก) และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์สมองพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะ EF (Executive Functions)  ของเด็กๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต

‘เงิน’ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลี้ยงลูกก็จริง แต่ที่สำคัญกว่าคือ ‘การใช้เวลามากๆ กับลูก’ ค่ะ เพราะในช่วง 3-6 ปีแรกของลูกเป็นช่วงที่เด็กสามารถพัฒนาทักษะ EF (Executive Functions) หรือทักษะการควบคุมอารมณ์ ความคิด การกระทำให้ไปสู่จุดหมายได้ดีที่สุด

หากคุณคิดว่าการให้ลูกเรียนพิเศษเยอะๆ นั้นสำคัญที่สุด นับได้ว่าเข้าใจผิดมหันต์เลยค่ะ ความรู้ที่ได้จากการเร่งเรียนพิเศษจะเป็นเพียงความจำระยะสั้น (Short Term Memory) เท่านั้น หมายถึง เวลาผ่านไปไม่นานก็ลืม เพราะท่องจำเพื่อสอบ ไม่ใช่อ่านเพราะสนุก หรือรู้สึกอยากรู้ ตรงกันข้ามกับการสร้างทักษะ EF ที่ช่วยให้ลูกๆ สามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านอย่างลึกซึ้ง

เกมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ในเด็กเล็ก ผลวิจัยส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า มีผลเสียมากกว่าผลดี หากให้เด็กเล็กเล่นเกมจากคอมพิวเตอร์ แทบเล็ต หรือมือถือติดต่อกันนานๆ จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการและสมาธิในการเรียนรู้อย่างมาก ส่วนในเด็กโต หากลูกติดเกมงอมแงมจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง การแก้ไขแม้จะยากขึ้น แต่ก็สามารถช่วยเหลือลูกได้ ดังนี้

เมื่อลูกน้อยเริ่มไปโรงเรียน บ่อยครั้งพ่อแม่อาจต้องแปลกใจที่พบว่า ลูกมีพฤติกรรมไม่น่ารักกลับบ้านมาด้วย เช่น พูดคำหยาบ มีกิริยาก้าวร้าวทั้งที่ไม่เคยเป็น ซึ่งอาจเป็นเพราะลูกจำพฤติกรรมเหล่านั้นมาจากเพื่อนที่โรงเรียน สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ

พ่อแม่ไม่ต้องห้ามลูกไม่ให้โกรธ แต่ควรสอนให้ลูกรู้ว่า “ตัวเองกำลังโกรธ” รู้จักระบายความโกรธได้อย่างเหมาะสม คือสอนให้จัดการอารมณ์โมโหเป็น ข้อควรรทำก็คือ

หลักการคือ พ่อแม่รักคนพี่ให้มากๆ ให้ลูกรู้สึกว่าเขายังเป็นที่ 1 ของพ่อแม่เหมือนเดิม (มากกว่าน้อง) ลูกจะมั่นใจ เมื่อพ่อแม่สอนการแบ่งปันสอนดูแลน้องรักน้อง คนพี่ก็จะพร้อมทำตามว่าง่าย ไม่ต่อต้าน

เริ่มฝึกเมื่อลูกหยิบจับเล่นของเล่นได้ ช้าเร็วไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กแต่ละคน เรื่องที่ฝึกก็เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ก่อน อย่างการดูแลเสื้อผ้าตัวเอง เช่น กางเกงใน ถุงเท้า ผ้าเช็ดหน้า เสื้อ กางเกง เราไม่ได้คาดหวังว่าลูกต้องทำได้แบบผู้ใหญ่ แค่ต้องการให้ลูกคุ้นเคยและปลูกฝังนิสัยความรับผิดชอบ สำคัญที่สุดต้องทำให้เป็นเรื่องสนุกด้วย จากนั้นเริ่มทำ ดังนี้

เวลาลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าวไม่น่ารัก เช่น ร้องจะเอาของเล่น โวยวายไม่ทำตาม ก่อกวน ฯลฯ และอีกสารพัดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ วิธีหนึ่งในการจัดการของพ่อแม่ คือ

หนังสือของเด็กเล็ก ทำมาเพื่อให้พ่อแม่อ่านให้ฟัง ลูกวัยนี้จะชอบหนังสือภาพเป็นพิเศษ หนังสือจะเป็นเหมือนของเล่นของเขา เป็นของเล่นที่เปิดได้ ข้างในมีภาพน่าดูด้วย หนังสือภาพที่เหมาะกับลูกเล็ก คือ

หัดลูกแต่งตัวเองทำได้ไม่ยาก วิธีสวมเสื้อ 4 ขั้นตอน 1. ร่นชายเสื้อมาถึงคอเสื้อก่อน แล้วจับคอเสื้อไว้ 2. สอดหัวเข้าไป 3. แม่ช่วยจับแขนเสื้อไว้ ให้ลูกสอดแขนเข้าไปทีละข้าง 4. ดึงเสื้อร่นลงมา

ฝึกลูกนั่งกระโถนแบบคุณแม่มืออาชีพ 1. บอกลูกว่า “ถ้ารู้สึกมีอะไรตุงๆ ที่ก้นให้บอกแม่ทันทีนะจ๊ะ” 2. พาไปนั่งเล่นบนกระโถนให้คุ้น หรือนั่งฟังนิทานไปด้วย 3. สังเกตว่าลูกมักจะอึเมื่อไหร่ 4. เมื่อถึงเวลาก็พาไปนั่งเล่นบนกระโถน 5. ช่วยลูกถอดกางเกง 6. ทำเช่นนี้ทุกวันจนเป็นกิจวัตร 7. ชมลูกที่นั่งบนกระโถนเป็น จะช่วยให้ลูกมีกำลังใจ อยากทำอีกเรื่อยๆ

ทำไมควรให้เด็กเล็กเล่นบัตรภาพ (Flash card) 1. สนุก เพราะพ่อแม่ชวนลูกเล่น 2. ภาพมีขนาดใหญ่ดึงดูดความสนใจ 3. มีตัวเลข จำนวน หรือคำสั้นๆ ช่วยการจดจำในระดับจิตใต้สำนึก 4. ช่วยกระตุ้นสมอง 5. พัฒนาการมองเห็น การฟัง 6. ให้ความสุขทั้งลูกและพ่อแม่ 7. เล่นง่ายได้ทุกเวลา พกพาสะดวก

Powered by MakeWebEasy.com