การอ่าน

ปัญหาคาใจพ่อแม่ที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว แต่มีหลักให้พ่อแม่นำไปปรับใช้ได้ค่ะ

สังคมทุกวันนี้ คนทำดีอาจไม่มีรางวัล คนทำเลวไม่ถูกลงโทษ ถูกผิดปะปนกัน ในเมื่อทุกคนมีมุมมองของตัวเอง และต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่จะ “เลี้ยงลูกให้คิดเป็น” และรับมือกับสังคมเทาๆ แบบนี้ได้อย่างไร?

เด็กยุคนี้เกิดมาท่ามกลางความสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่านระบบดิจิทัล สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ทีวี และสื่อโซเชียลหลากหลายช่องทาง ทำให้เด็กรุ่นใหม่ขาดทักษะในการใช้ชีวิต ทักษะการเข้าสังคม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมถึงผู้ปกครองที่มีความเชื่อผิดๆ ในการเลี้ยงดูที่เน้นส่งเสริมแต่ทักษะด้านสติปัญญาให้กับลูก เน้นให้ลูกเป็นคนเก่งวิชาการ อยากให้ลูกอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่เล็ก ทำให้เด็กขาดโอกาสได้เล่น ได้ฝึกทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง จึงทำให้มีแนวโน้มว่า เด็กปฐมวัยจะอ่อนแอลงจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามวัย และมีทักษะชีวิตที่ไม่เพียงพอที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง

เด็กเล็กวัย 1- 2 ปีขึ้นไป ชอบห่วงเล่น ไม่สนใจกินข้าว บางทีก็กินไปเล่นไป นานมากกว่าจะเสร็จแต่ละมื้อ เราควรรับมือและปรับพฤติกรรมลูกด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

ปัญหาเด็กแกล้งกัน เช่น ในโรงเรียน บ่อยครั้งผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับเด็กที่ถูกแกล้งซ้ำๆ นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ทุกวันไปโรงเรียน รู้สึกกลัว กังวล เครียด ซึมเศร้า นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้อย่างที่เป็นข่าวล่าสุด

การวิ่งเล่นซุกซนเป็นธรรมชาติของเด็กเล็กทุกคน การทำให้ลูกอยู่นิ่งได้ จึงไม่ใช่ด้วยการให้เล่นมือถือหรือดูทีวี เพราะวิธีนี้ลูกนิ่งได้ก็จริง แต่จะเกิดปัญหาอีกมากมายตามมา เช่น สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าปกติ ปัญหาการควบคุมอารมณ์ ปัญหาสายตา ฯลฯ พ่อแม่จึงควรสอนให้ลูกรู้จักแบ่งเวลา รู้หน้าที่ ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ดังนี้

เด็กวัย 2-5 ปี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อยู่ไม่นิ่ง ชอบสำรวจสิ่งรอบตัว ปีนป่าย เล่นโน่นเล่นนี่ตลอดเวลา แถมไม่ฟังพ่อแม่อีก

เด็กถนัดซ้าย ผิดปกติไหม? ทำไมคนส่วนใหญ่ถนัดขวา แต่ลูกเราถนัดซ้าย จะแก้ยังไงดี? จากสถิติแล้วบนโลกใบนี้มีคนถนัดขวา 85% และมีคนที่ถนัดซ้าย 15% ถึงแม้คนถนัดซ้ายจะมีเป็นส่วนน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ พบว่าในกลุ่มคนที่มี IQ สูง 20% เป็นคนถนัดซ้ายอีกด้วย

ดนตรีหรือเพลงไม่เพียงให้ความเพลิดเพลินกับเด็กๆ แต่ยังช่วยพัฒนาสมองในเรื่องจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเชื่อมโยงกับสมองส่วนพัฒนาทักษะ EF

ถ้าจำเป็นต้องใช้หน้าจอกับลูก ควรปฏิบัติ ดังนี้

เรื่องน่าตกใจจากภัยล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะในเด็ก จากสถิติพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากคนใกล้ชิด การปลูกฝังความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศอย่างถูกต้องให้ลูกตั้งแต่เล็กจึงเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ สิ่งที่ควรสอนลูกเบื้องต้น 3 ข้อหลัก ได้แก่

เด็กเล็กๆ มักตกเป็นเหยื่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรสอนลูกให้รู้จักวิธีป้องกันตัวเองตั้งแต่เล็ก 2-3 ขวบ ไม่มองว่าเป็นเรื่องน่าอาย รอให้รู้เองตอนโต เริ่มจากหลักง่ายๆ ดังนี้

เวลาอาหาร ไม่ใช่แค่รีบกินรีบเสร็จ แต่เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ลูกจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน คุยกัน ใช้เวลาร่วมกัน สิ่งที่ควรทำและสอนลูกบนโต๊ะอาหาร คือ

เวลาที่เรารู้สึก "โกรธ" หรือ "โมโห" ตัวผู้ใหญ่อย่างเรา ยังกำจัดความรู้สึกนั้นออกจากใจได้ยาก เพราะการให้อภัยเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝน การฝึกให้ลูกรู้จักยกโทษให้ผู้อื่นหรือ "สอนลูกรู้จักให้อภัย" จึงเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังตั้งแต่เล็ก ยิ่งเร็วได้ยิ่งดี เพราะการสอนลูกให้อภัยคนอื่น นอกจากจะดีต่อผู้อื่นแล้วยังเป็นเคล็ดลับ EQ ดีที่ทำให้ลูกมีความสุขอีกด้วย

ปัญหาคลาสสิกอย่างหนึ่งของเด็กเล็กคือ งอแงเวลาสระผม กลายเป็นเรื่องปวดหัวของพ่อแม่ วิธีแก้ไขง่ายๆ พ่อแม่ทำได้ ดังนี้

เด็กเล็กๆ เวลาเราจะสอนหรืออยากให้ทำอะไรต่อให้สอนให้บอกซ้ำๆ ก็มักไม่ได้ผล

ลูกไม่ตั้งใจเรียน ไม่เชื่อฟัง เอาแต่ใจ ไร้วินัย ฯลฯ และอีกสารพัดปัญหาเลี้ยงลูก พบว่ายิ่งลูกโต

ลูกงอแง ดื้อดึงเมื่อนั่งคาร์ซีทเป็นปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ดังนี้

งานวิจัยด้านสมองระบุตรงกันหมดว่า เราไม่จำเป็นต้องเร่งให้ลูกอ่านเขียนได้ตั้งแต่ 3 ขวบ แต่ถ้าบ้านไหนจะทำจริงๆ ก็ควรทำให้เหมือน ‘เล่น’ คือทำให้เป็นเรื่องสนุก

ถ้ายังจำกันได้ในวันที่เรายังค้นหาทีมหมูป่าไม่พบ แต่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ได้สั่งและเตรียมการให้ทุกฝ่ายซักซ้อมแผนกู้ภัย ขนย้าย ส่งกลับไว้แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ในวันจริง เป็นบทเรียนที่ทำให้พ่อแม่ต้องสอนลูกให้รู้จัก วางแผนการทำงานและเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเรื่องเล่น เรื่องเรียน เรื่องงาน หรือการใช้ชีวิต

เข้าหน้าหนาวทีไร หลายคนก็นึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข เทศกาลวันหยุดยาว แต่สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กก็ต้องระวังโรคที่มาพร้อมความหนาวเย็นไว้ด้วย และหาทางป้องกันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ

เมื่อลูกน้อยเริ่มไปโรงเรียน บ่อยครั้งพ่อแม่อาจต้องแปลกใจที่พบว่า ลูกมีพฤติกรรมไม่น่ารักกลับบ้านมาด้วย เช่น พูดคำหยาบ มีกิริยาก้าวร้าวทั้งที่ไม่เคยเป็น ซึ่งอาจเป็นเพราะลูกจำพฤติกรรมเหล่านั้นมาจากเพื่อนที่โรงเรียน สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ

ความขี้อายในเด็กเล็กไม่ใช่เรื่องผิดปกติ พ่อแม่ไม่ควรกังวลจนเกินไปแต่ควรเข้าใจลูก เพราะเด็กขี้อายต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ

ลูกไม่ชอบทำการบ้านมีหลายสาเหตุมาก เช่น ลูกขี้เกียจ เบื่อ ห่วงเล่น การบ้านยากเกินไป เยอะเกินไป ฯลฯ แต่ไม่ว่าสาเหตุอะไร สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ

3 ขวบปีแรกของลูกพ่อแม่ควรเลี้ยงเองจะดีที่สุด ให้ความรักและเวลากับลูกให้มากที่สุด จากนั้นถ้าต้องไปโรงเรียนอนุบาล สิ่งที่ต้องพัฒนาให้ลูกวัยนี้ก็คือ สมองและจิตใจ ลองมาดูว่า #โรงเรียนอนุบาลแบบไหนที่ควรส่งลูกไปเรียน กันค่ะ

เป็นเรื่องปกติที่เด็กเล็กไม่อยากไปโรงเรียน อาจเกิดจากลูกยังไม่พร้อม (กรณีครูดูแลดี และไม่มีปัญหากับเพื่อนๆ) อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นที่ไม่มีปัญหา เด็กเล็กทุกคนจะสามารถปรับตัวได้แน่ แต่อาจใช้เวลามากน้อยต่างกัน สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ

พ่อแม่ไม่ต้องห้ามลูกไม่ให้โกรธ แต่ควรสอนให้ลูกรู้ว่า “ตัวเองกำลังโกรธ” รู้จักระบายความโกรธได้อย่างเหมาะสม คือสอนให้จัดการอารมณ์โมโหเป็น ข้อควรรทำก็คือ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้