NEWS & ARTICLES

บ้านไหนมีลูกชอบต่อปากต่อคำกับพ่อแม่บ้าง พ่อแม่พูดหนึ่งประโยค ลูกเถียงกลับมาสามประโยค ถ้าพ่อแม่ใจเย็นก็ดีไป ไม่เกิดเรื่อง แต่ถ้าบ้านไหนพ่อแม่ใจร้อน โมโหง่าย คราวนี้เจ้าตัวเล็กอาจจะถูกหวดก้นลายได้ง่ายๆ เรามีวิธีแก้ปัญหาลูกชอบเถียงมาฝากกันค่ะ

โดยธรรมชาติแล้ว เราไม่ชอบให้ใครติหรือว่าหรอกค่ะ ถึงจะเป็นคำติที่เจตนาดีก็ตาม แต่ถ้าไม่มีศิลปะในการพูดคนฟังก็อาจขุ่นเคืองหรือต่อต้านได้ง่ายๆ ยิ่งในเด็กเล็กๆ พ่อแม่ต้องยิ่งใส่ใจมากหากจะต่อว่าหรือตักเตือนเขา วันนี้เรามีวิธีตำหนิลูกง่ายๆ อย่างสร้างสรรค์มาฝากกันค่ะ

สำหรับเด็กๆ แล้วคำชมมีความจำเป็นและสำคัญมากๆ ค่ะ ถ้าใช้ให้เป็น คำชมนี่แหละจะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีมากช่วยทำให้ลูกอยากทำซ้ำๆ (เพราะทำแล้วจะได้คำชมจากพ่อแม่) เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง เมื่อลูกทำดีแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ทานข้าวเองได้ (ถึงจะหกเลอะเทอะบ้างหรือใช้เวลามากหน่อยก็ไม่เป็นไร) ไม่ฉี่รดที่นอน เข้านอนไม่งอแง ช่วยหยิบของให้ เก็บของเล่นเอง ฯลฯ หน้าที่ของพ่อแม่ก็คือ ชมลูกทันทีเมื่อเขาทำได้ทำตัวน่ารัก และชมอย่างจริงใจ ไม่ใช่ชมพร่ำเพรื่อหรือเกินจริงเพราะเด็กก็มีเซ้นส์แยกแยะออก ว่าอันไหนเป็นคำชมจริงหรือแค่แกล้งชม และการชมให้ชมสิ่งที่ลูกทำ เช่น หนูเก็บที่นอนเองเก่งมากจ้ะ หรือหนูกินข้าวเองได้จนหมดชามเลยเก่งมากจ้ะ

ผลการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาของ World Economic Forum (WEF) ในรายงาน The Global Competitiveness Report 2013-2014 ชี้ว่าประเทศไทยรั้งตำแหน่งบ๊วยในอาเซียน (ไม่นับลาวและพม่า) คงไม่ต้องสาธยายว่า ระบบการศึกษาไทยอยู่หลังเขาลูกที่เท่าไหร่  และปัญหาใหญ่ระดับชาติตอนนี้คือ เด็กไทยคิดไม่เป็น 

ผู้ปกครองส่วนใหญ่คาดหวังให้ลูกวัยอนุบาลได้เข้าเรียนโรงเรียนประถมดีๆ  มีชื่อเสียง และโรงเรียนสาธิตก็ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกได้เข้าเรียน และแน่นอนว่าต้องมีการแข่งขันกันสูง แม้ว่าถึงที่สุดแล้วโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทั้งหลายจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ทำให้ลูกเก่ง ดี มีสุขก็ตาม แต่ถ้าอยากให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนดังกันจริงๆ พ่อแม่ก็ควรต้องเตรียมพร้อมวางแผนให้ลูกแต่เนิ่นๆ ดังต่อไปนี้    

เด็กเล็กๆ ไม่ได้อยู่ดีๆ จะพูดคำหยาบได้เอง จุดเริ่มต้นมาจากเขาได้ยินได้ฟังแล้วนำมาพูดตาม เราจะพบบ่อยๆ เมื่อเด็กเริ่มเข้ากลุ่มเพื่อน เช่น เริ่มไปโรงเรียน ดูจากทีวี หรือคนรอบข้างพูด การแก้พฤติกรรมพูดไม่สุภาพของลูกจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เริ่มต้นจากวิธีดังต่อไปนี้

เหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้ เป็นสิ่งจำเป็นที่พ่อแม่ควรสอนลูก หากเกิดขึ้นให้พ่อแม่ตั้งสติแล้วแยกย้ายตามหาลูก รีบแจ้งประชาสัมพันธ์ของสถานที่นั้น หรือแจ้งตำรวจทันที โทร. 1599 แต่ทางที่ดีกว่านั้น คือเตรียมตัวและป้องกันก่อนจะเกิดเหตุขึ้นจริง สอนลูกให้ดูแลตัวเอง ดังนี้

การห้ามเด็กเล็กไม่ให้ซุกซนคงทำไม่ได้ (และไม่ควรทำอย่างยิ่ง) เพราะธรรมชาติของเด็กมักจะอยากรู้ อยากเห็น อยากลองทำ (ในสิ่งที่ผู้ใหญ่ห้าม ) สนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว เด็กบางคนซนจนได้เรื่อง อยู่ในห้องเรียนก็ก่อกวนเพื่อน  ส่งเสียงดัง  บางคนเล่นแรงกับเพื่อน  กลายเป็นเด็กมีปัญหาการเข้าสังคม ไม่มีเพื่อนอยากเล่นด้วย  ถ้าอยากให้ลูกอยู่นิ่ง  เชื่อฟังคำสั่ง  คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามวิธีเหล่านี้ได้ 

Powered by MakeWebEasy.com